การนินทา
การนินทา
เรื่องของความพอดีของคนเรา .......
การนินทา
เรื่องของความพอดีของคนเรา นับเป็นไปได้ยากมาก ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม เพื่อให้ถูกใจของคนทั้งโลก แม้แต่พระ
อรหันต์ก็ทำไม่ได้ คำว่า “นินทา” แปลว่า การติเตียน ๆ หมายถึง ยกโทษขึ้นพูดบ้าง กล่าวร้ายบ้าง มีสุภาษิตโบราณท่าน
กล่าวไว้ว่า “ติเตียนทั้งโคลน” ได้แก่ ตำหนิสิ่งที่ยังทำไม่เสร็จ หรือยังไม่รู้ว่าอะไร เป็นอะไร ติพล่อย ๆ ไปเสียก่อน ที่จะรู้ว่า
อะไรเป็นอะไร
เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ว่าจะมีแต่สมัยนี้เท่านั้น แม้แต่สมัยพุทธกาลก็มีเช่นกัน มีอุบาสกคนหนึ่งชื่อว่า “อตุละ” เป็นคนกรุง
สาวัตถี มีบริวารมากมาย วันหนึ่งพาพวกบริวารไปวัด เพื่อต้องการที่จะฟังธรรมในสำนักของพระเรวัตตเถระ ส่วนพระเรวัตตะนั้น
ท่านเป็นผู้ยินดีในการหลีกเร้น เที่ยวไปผู้เดียวเหมือนราชสีห์ ฉะนั้น ท่านไม่กล่าวอะไรกับอตุละอุบาสกนั้น
อตุละนั้นจึงโกรธ แล้วลุกขึ้นไปยังสำนักพระสารีบุตร ท่านพระสารีบุตรถามว่า “โยมต้องการอะไรหรือ ?”
“พวกกระผมเข้าไปหาพระเรวัตตะ เพื่อต้องการฟังธรรม ท่านไม่ได้กล่าวอะไรแก่พวกผมแม้แต่คำเดียว จึงมาที่นี่ ขอ
ให้ท่านจงแสดงธรรมแก่พวกกระผมเถิด”
พระสารีบุตร ตอบว่า “ถ้าอย่างนั้น พวกท่านจึงนั่งเถิด” แล้วท่านพระสารีบุตรก็แสดงพระอภิธรรมกถาอย่างมากมาย
อตุละก็โกรธกล่าวว่า “ชื่อว่าอภิธรรมกถาละเอียดยิ่งนัก สุขุมยิ่งนัก พระเถระแสดงอภิธรรมอย่างเดียวมากมาย พวก
เราไม่ได้ต้องการฟังพระอภิธรรมนี้”
อตุละก็โกรธอีก แล้วก็พาพวกบริวารไปยังสำนักของพระอานนท์ ท่านแสดงธรรมแก่พวกอตุละแต่น้อย ๆ ทำให้เข้าใจ
ง่าย ๆ อตุละอุบาสกก็โกรธอีก
จึงชวนกันไปยังสำนักของพระศาสดา ถวายบังคมแล้ว นั่ง ณ ที่ข้างหนึ่ง พระพุทธองค์จึงตรัสว่า “ท่านทั้งหลาย มี
ธุระอะไรหรือ?”
“พวกผม มาเพื่อต้องการฟังธรรม พระพุทธเจ้าข้า” อตุละกราบทูล
พระพุทธองค์ตรัสว่า “พวกท่าน ได้ฟังธรรมแล้วหรือ?”
อตุละอุบาสกจึงกราบทูลว่า “ครั้งแรก พวกกระผมเข้าไปหาพระเรวัตตะ ท่านไม่กล่าวอะไรเลย แล้วไปหารพระ
สารีบุตร ท่านก็แสดงอภิธรรมกถาแก่พวกข้าพระองค์มากมาย พวกข้าพระองค์กำหนดอภิธรรมนั้นไม่ได้ จึงเข้าไปหาพระอานนท์
ท่านก็แสดงธรรมแก่พวกข้าพระองค์เล็กน้อย จึงทำให้พวกข้าพระองค์โกรธต่อพระเถระเหล่านั้น แล้วจึงได้มาที่นี่”
เมื่อพระพุทธองค์ทราบเรื่องทั้งหมดแล้ว จึงตรัสว่า “อตุละ เรื่องแบบนี้เคยมีมาตั้งแตโบราณกาลนานมาแล้ว
“คนที่นั่งนิ่งเขาก็นินทา” “คนที่พูดมากเขาก็นินทา” “คนที่พูดน้อยเขาก็นินทา” แม้แต่พระราชาทั้งหลาย คนบางคนก็นินทา
บางพวกก็สรรเสริญ”
ที่นี้ เมื่อถูกนินทาจะทำอย่างไร ? ต้องพิจารณาว่า มันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป จะได้ไม่ทุกข์ทรมานใจ หรือใช้สติ
-ปัญญา ช่วยพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไป ใช้สตินำหน้าปัญญาตามหลัง ถ้าเราใช้แต่ปัญญาอย่างเดียว โดยลืมใช้สติ ไม่ผิดอะไร
กับคนบ้า
ตามที่คนทั่ว ๆ ไป เขาพูดว่า “เห็นกงจักรเป็นดอกบัว” อย่านึกว่า การใช้ปัญญาอย่างเดียวแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง
ถ้าไม่มีสติมาคอยควบคุม ถ้ามีแต่ความฉลาดอย่างเดียว แต่ไม่มีคุณธรรม ก็จะก่อให้เกิดปัญหาแก่สังคม ไม่รู้จักจบจักสิ้น
เพราะขาดการรับผิดชอบนั่นเอง
ที่พูดมาทั้งหมดนี้ ก็เพื่อต้องการที่จะให้ใช้สติกับปัญญาให้ถูกต้อง ระวัง! อย่าให้เป็นดอกบกุหลาบกลายพันธุ์ เป็น
ดอกอุตพิดก็แล้วกัน เสียหายหมด สาธุ
โส ธมม วิชานาติ ทพพ สูปรสํ ยถา ฯ
คนพาล ถึงอยู่ใกล้บัณฑิตจนตลอดชีวิต
ก็ไม่รู้จักธรรม เสมือนทัพพี ที่ไม่รู้รสแกง
เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว อย่าทำตัวเหมือนทัพพีที่ไม่รู้รสแกงก็แล้วกัน ที่พูดมาทั้งหมดนี้ก็เพราะน่าเป็นห่วงจริง ๆ


