อย่าคบคนพาล
.jpg)
เรื่อง อย่าคบคนพาล
อย่าคบคนพาล
คนเรานั้น ถ้าไม่มีอะไรเป็นหลักยึดในการดำเนินชีวิตแล้ว ชีวิตทุกชีวิตจะมีแต่ปัญหามากมาย ไม่รู้จักจบจักสิ้น เสมือนประเทศที่ไม่มีกฎหมาย ประชาชนก็จะอยู่ไม่เป็นสุข มีแต่โจรผู้ร้ายเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด ฉะนั้นชีวิตทุกชีวิตต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด อาจจะผิดบ้างถูกบ้าง ดังนั้น ลัทธิและศาสนาต่าง ๆ จึงเกิดขึ้น เพราะว่ากฎหมายนั้น ห้ามได้เฉพาะทางกายและทางวาจาเท่านั้น แต่ด้านจิตใจนั้นต้องอาศัยศาสนาเข้าช่วย
แต่ทางพระพุทธศาสนานั้น ถือจิตเป็นใหญ่ต้องประกอบด้วยศรัทธา ความเชื่อ และปัญญารอบรู้สัจจธรรมควบคู่กันไปเสมอ เพราะพระพุทธองค์สอนให้ทำจิตใจให้ผ่องใส เพื่อความหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง แต่ทั้งนี้ต้องอาศัยศีล สมาธิ ปัญญา เป็นองค์ประกอบที่สำคัญมาก ขาดข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้
ครั้งนี้ ก็จะพูดถึงเรื่อง “มงคล ๓๘ ประการ” มงคลที่ ๑ ได้แก่ “อย่าคบคนพาล” คำว่า “พาล” แปลว่า “ตัดประโยชน์ตน ตัดประโยชน์ผู้อื่น” แปลว่า “โง่” ก็ได้ แปลว่า “อ่อน” ก็ได้ แปลว่า “หนา” ก็ได้ คนพาลนั้นมีลักษณะดังนี้ คือ “คิดแต่เรื่องที่ไม่ดี” “พูดแต่คำที่ไม่ดี” “ทำแต่กรรมที่ไม่ดี” ขนาดคนโบราณท่านสอนเลยว่า “คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล” การไม่คบคนพาลนั้น แม้แต่พระพุทธองค์ทรงถือว่า “เป็นมงคลอันประเสริฐ” เพราะคำว่า “มงคล” นั้นแปลว่า ความดี ความเจริญ ความบริสุทธิ์ ความงาม
ในพระสุตตันปิฏกได้เปรียบเรื่องนี้ไว้ว่า “ผู้ใด ห่อปลาเน่าด้วยใบหญ้าคา ใบหญ้าคาย่อมเหม็นกลิ่นปลา คละคลุ้ง การเข้าไปคลุกคลีกับคนพาล ย่อมมีผลอย่างนั้น” เมื่อพูดถึงมงคลแล้ว ขอยกเอาเรื่อง “ม้ามงคล” มาประกอบสักเรื่องหนึ่ง เพื่อให้ท่านได้เข้าใจมากขึ้น
เรื่องมีอยู่ว่า มีพระเจ้าแผ่นดินองค์หนึ่ง มีม้ามงคลตัวหนึ่ง คนเลี้ยงม้าชื่อ สิริทัตต์ เป็นคนขาเขยก ม้าเห็นเขาจับบังเหียนเดินนำหน้า จึงสำคัญว่า “เจ้านี่ ให้เราทำอย่างนี้” จึงเดินขาเขยก ๆ ตาม พระราชาทรงทราบว่า “ม้าดี ๆ กลับ เป็นม้าขาเขยกไป” จึงสั่งนายแพทย์ให้ไปตรวจดู ไม่พบโรคอะไรเลย ที่แท้เป็นเพราะคนขาเขยกไปเลี้ยง จึงเดินกะะเผลกตาม พอได้คนเลี้ยงขาดี ม้าก็เดินดีตามด้วย เรื่องนี้ ขอให้ท่านคิดเอาเอง ทำไม ? พระพุทธองค์จึงทรงพร่ำสอนไม่ให้คบกับคนพาลสันดานหยาบ
อีกลักษณะหนึ่ง ที่พระพุทธองค์ ได้ให้ข้อสังเกตของคนพาลไว้ง่าย ๆ ก็คือ
๑. ไม่มีศรัทธาในคุณพระรัตนตรัย
๒. ไม่มีศีล
๓. ไม่ฟังพระธรรมเทศนา
๔. ไม่บริจาคทาน
๕. ไม่มีปัญญาพิจารณาสังขาร
ก่อนจบ ขออ้างถึงพุทธภาษิตไว้บ้าง เดี๋ยวจะหาว่าพูดเรื่องไร้สาระ เพราะมีคนเขาท้วงติงมา
ยาว ชีวมปิ เจ พาโล ปณฑิตา ปยิรุปาสติ
น โส ธมม วิชานาติ ทพพ สูปรสํ ยถา ฯ
คนพาล ถึงอยู่ใกล้บัณฑิตจนตลอดชีวิต
ก็ไม่รู้จักธรรม เสมือนทัพพี ที่ไม่รู้รสแกง
เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว อย่าทำตัวเหมือนทัพพีที่ไม่รู้รสแกงก็แล้วกัน ที่พูดมาทั้งหมดนี้ก็เพราะน่าเป็นห่วงจริง ๆ


