จรถ  ภิกฺขเว  จาริกํ  พหุชนหิตาย  พหุชนสุขาย  โลกานุกมฺปาย  อตฺถาย  หิตาย  สุขาย  เทวมนุสสานํ.       ภิกษุทั้งหลาย จงเที่ยวจาริกไปเพื่อประโยชน์และความสุขแก่คนหมู่มาก...
 
 
 
หน้าแรก
ประวัติวัด
พระพุทธมงคลรัตน์
พระอุโบสถ
พระมงคลเทพโมลี
พระธรรมทูต
โรงเรียนพุทธศิลป์
ตลาดการกุศล
ปฏิทินกิจกรรม
ภาพกิจกรรม
สถานที่วัด
ติดต่อ - แผนที่เดินทาง
 
 






 










 















 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 























 





























 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 























 





พระมงคลเทพโมลี
(ดร. พูนทรัพย์ โชติปาโล)

ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศเทพวราราม คณะ ๓ กรุงเทพมหานคร
ประธานอำนวยการวัดมงคลรัตนาราม และวัดในเครือ

ผู้หยั่งรากแก้ว …. เผยแผ่พระพุทธศาสนาในสหรัฐอเมริกา

              ...ย้อนหลังไปอดีตประมาณ ๓๐ ปี แผ่นดินอันศิวิไลซ์ ที่กว้างใหญ่ไพศาล “สหรัฐอเมริกา” ริบหรี่ด้วยแสงธรรมะ จะหาวัดไทยพระสงฆ์ไทยสักรูปดูจะยากเย็น  แม้จะมีกลุ่มคนไทยประปรายกระจัดกระจายกันอยู่ไม่กี่พันคนแต่ดูเหมือนจะขาดสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ …  คนไทย ๘๕ % ที่นับถือพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาประจำชาติ ในเวลานี้จึงขาดวัดไม่ได้ วัดจึงกลายเป็นปัจจัยที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งในหัวใจคนไทย

              ณ วันนั้นแสงแห่งกองทัพธรรม เริ่มส่องประกายเมื่อพระธรรมทูตคณะหนึ่งจากประเทศไทย  ที่มีจิตใจมุ่งมั่นและแน่นอนที่จะจุดประกายแสงแห่งธรรมะบนแผ่นดินอเมริกา ประเทศอันกว้างใหญ่ ไพศาล ที่เต็มไปด้วยผู้คนอันหลายหลายเชื้อชาติ-ภาษา หลายหลายศาสนา ให้เป็นที่ประจักษ์สายตาแก่ชาวโลกอเมริกันชน เป็นคณะกองทัพธรรมที่เดินทางมาอย่างถูกต้องในยุคนั้นและได้ปักธง “พระธรรมจักร” ประกาศความเป็นหนึ่งแห่งคุณค่าในแผ่นดินที่ชื่อว่าดินแดนแห่งเสรีภาพมาจนถึงตราบเท่าทุกวันนี้

              หัวหน้าคณะกองทัพธรรมที่เป็น ๑ ใน ๔ ที่ปักธง “พระธรรมจักร” บนแผ่นดินอเมริกาได้สำเร็จ คือ พระมงคลเทพโมลี (สมณศักดิ์ปัจจุบัน) หรือชาววัดมงคลรัตนาราม เรียกท่านว่า …หลวงพ่อมงคล.. ที่เรา ๆ ศิษยานุศิษย์และสาธุชน ในเมือง ซาน ฟรานซิสโก เบย์ แอเรีย และเมืองใกล้เคียงรู้จักดี             

              ถ้าไม่ได้กล่าวย้อนหลังในอดีตของพระเดชพระคุณท่าน ก็จะไม่รู้ชีวิตความเป็นมาถึงปัจจุบันการเดินทางมาของกองทัพธรรมครั้งนั้น ก่อนจะมาถึงวันนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ย่อมจะต้องรู้ความเป็นมาแห่งการต่อสู้และดิ้นรนผู้เขียนขออนุญาต ใช้เรียกนามตามชาวบ้านที่เรียกกัน ง่าย ๆ และสั้น ๆ ว่า “หลวงพ่อมงคล” ซึ่งได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็น “พระมงคลเทพโมลี” จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๑

              หลวงพ่อมงคลมีนามเดิมว่า สุพจน์ ชุติรัตน์ เป็นคนหนองจอก กรุงเทพมหานคร เกิดเมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ตรงกับวันอังคาร พ.ศ. ๒๔๗๑

              ในปี พ.ศ. ๒๔๘๕ ได้บรรพชาเป็นสามเณร  ณ วัดแสนเกษม แขวงคลองสิบสอง เขตหนองจอก กรุงเทพมหาคร  สอบได้นักธรรมชั้นเอก ตั้งแต่สมัยเป็นสามเณร
              ในปี พ.ศ. ๒๔๘๙ ได้อุปสมบท ณ วัดสุทัศนเทพวราราม  แขวงราชบพิธ  เขตพระนคร
              ในปี พ.ศ. ๒๔๙๒ ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะ 3 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม

              ด้วยความมุ่งมั่น และบากบั่น แห่งการรับใช้พุทธศาสนามาช้านาน ได้รับ “สมณศักดิ์” เรื่อยมา
              พ.ศ. ๒๔๙๗ ได้เป็นพระปลัด (ฐานานุกรม) ในพระพุทธิญาณมุนี
              พ.ศ. ๒๕๐๑ เป็นพระครูปลัด (ฐานานุกรม) ในพระราชพุทธิญาณมุนี
              พ.ศ. ๒๕๐๓ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท จ.ป.ร. ที่
พระครูพุทธมนต์วราจารย์
              พ.ศ. ๒๕๐๕ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรผู้ช่วยเจ้าอาวาส พระอารามหลวงชั้นเอก ในราชทินนามเดิม
              พ.ศ. ๒๕๐๘ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นพิเศษใน ราชทินนามเดิม
              พ.ศ. ๒๕๑๐ ได้รับเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญฝ่ายวิปัสสนาที่
พระพุทธมนต์วราจารย์
              พ.ศ. ๒๕๑๘ ได้รับเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ฝ่ายวิปัสสนาที่
พระมงคลราชมุนี     
              และในปี พ.ศ. ๒๕๓๐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ องค์เอกอัครศาสนูปถัมภก ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ พระเดชพระคุณพระราชมงคลราชมุนี เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ฝ่ายวิปัสสนาที่
พระมงคลเทพโมลี จนถึงปัจจุบัน                                      

              สมณศักดิ์ ทางพระก็คือฐานันดรศักดิ์ หมายถึงเครื่องราชสักการะที่พระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ถวายแด่สมณะ ท่านเจ้าคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดสามพระยา ได้ประทานธัมโมวาทและบันทึกไว้ในหนังสือเล่มหนึ่งว่า “สมณศักดิ์” คือเกียรติยศของพระสงฆ์ อันมาจากเกียรติ คือความดี พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนให้พุทธบริษัทบำเพ็ญกุศล สร้างคุณความดีและประพฤติดี เพื่อจะได้ประสบกับผลดี คือ ลาภ ยศ สรรเสริญ และความสุข
             
“อาตมาเป็นเลขาของคณะสงฆ์ที่ถูกแต่งตั้งจากคณะกรรมการ ๔๕ ท่าน ให้เดินทางมาเผยแพร่พุทธศาสนาชุดแรก โดยมี พระมหาโสบิน โสปันโน, พระมหาเขื่อนคำ, พระมหาองอาจ เป็นพระติดตาม โดยมาสายการบินเจแปน แอร์ไลน์ มาลงที่โฮโนลูลู รัฐฮาวาย และบินต่อมาลงที่นครลอส แองเจลิส ในวันที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๕”

              หลวงพ่อมงคลหรือ พระพุทธมนต์วราจารย์ สมณศักดิ์ในขณะนั้น กล่าวกองทัพธรรมได้เลือกลงเมืองนางฟ้า นครลอสแอง เจลิส ภาคใต้ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ปักธง “พระธรรมจักร” เป็นแหล่งเผยแพร่พระพุทธศาสนาเป็นเมืองแรกในอเมริกา เป็นการเดินทางที่ยาวนานและไกลคนละค่อนครึ่งโลก แต่ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความมุ่งมั่นและความตั้งใจ แต่ประการใด  เหมือนกับการบุกเบิกพบเมืองใหม่ของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส นครลอส แองเจลิส ถือเป็นเมืองที่ชุมชนไทยพำนักอาศัยกันมากที่สุด
            
 “ก่อนมาอาตมาก็หนักใจเหมือนกัน เพราะไม่เคยรู้จักอเมริกา ไม่รู้ว่าผู้คนเขาเป็นอย่างไร อาตมาได้แต่เดินทางเผยแพร่พระพุทธศาสนาในแถบเพื่อน มาเลเซีย (ปีนัง) สิงคโปร์ แต่ก็ได้ตั้งปณิธานเอาไว้แน่วแน่ ที่จะนำเอาพุทธศาสนาออกเผยแผ่ ในต่างแดน ตามที่คณะสงฆ์ได้มอบหมาย ตอนนั้นคนไทยในแอล.เอ. มีกันร่วมหมื่นเห็นจะได้ ทุกคนต่างทุ่มเทแรงศรัทธาช่วยกันคนละไม้ คนละมือ ที่จะให้มีวัดแห่งแรกขั้นมาในนครลอสแอง เจลิส ด้วยพลังศรัทธาของชาวไทยในแอล.เอ. ทำให้อาตมาหายเหนื่อยความหนักใจที่เคยมีก่อน มาถึงหายไปโดยปริยาย”

                                                                        

              จากที่ได้วางรากฐานการสร้างวัด ไว้อย่างมั่นคงที่แอล.เอ. ดำเนินการสร้างอาคารกุฏิหลังแรกได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าสงฆ์ไทยเป็นองค์แรกวัดไทยอเมริกา ระหว่างปี ๒๕๑๘ - ๒๕๒๑ เป็นกรรมการอำนวยการสร้างศาลาการเปรียญ ซึ่งตอนหลังได้ดัดแปลงมาเป็นอุโบสถ หลังจากนั้นเป็นผู้อำนวยการจัดตั้งและเปิดโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ขึ้น พร้อมกับเปิดสำนักงานสังคมสงเคราะห์ช่วยเหลือชาวไทยขึ้นที่วัดไทย โดยได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือจากรัฐบาลอเมริกัน จากการปฏิบัติศาสนกิจ สร้างวัดไทยในสหรัฐอเมริกา และการปฏิบัติศาสนกิจภายในประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ พระมงคลราชมุนี และในปี ๒๕๒๑ คณะกรรมการมหาวิทยาลัยแคนชิงตัน เมืองเกลนเดล รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ได้ถวาย ปริญญาดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาปรัชญา ทางศาสนา ถือว่าเป็นเกียรติประวัติแก่พุทธศาสนิกชนชาวไทยเป็นอย่างมาก ถือเป็นความสำเร็จก้าวแรกในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับความสนใจจากสถาบันการศึกษา หลังจากที่ได้หยั่งรากแก้ว “พุทธศาสนา” ไว้ที่เมืองลอสแอง เจลิส แล้ว

                                                    

              ในปี พ.ศ. ๒๕๒๑ โครงการขยายผล ในการเผยแผ่ พุทธศาสนาก็ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมองไปที่เมืองนครแซน แฟรนซิสโก ทางตอนเหนือของ ลอสแอง เจลิส ประมาณ ๔๐๐ ไมล์เศษ โดยมีกลุ่มชาวไทยที่เป็นศิษยานุศิษย์จำนวนหนึ่ง ที่ศรัทธาอยากจะให้มีวัดไทยในเบย์ แอเรีย จึงได้นิมนต์หลวงพ่อมงคล ขึ้นไป และได้มีการประชุมปรึกษาหารือในเรื่องการสร้างวัด คณะกรรมการได้พร้อมใจกัน ตกลงซื้อบ้านและที่ดิน เลขที่ 794 Grand Ave.. South San Francisco เพื่อตั้งเป็นวัดและปฏิบัติศาสนกิจ ของภิกษุสงฆ์ โดยใช้ชื่อว่า “วัดมงคลรัตนาราม” เป็นวัดแรกใน แซน แฟรนซิสโก เบย์ แอเรีย เป็นวัดที่ ๒ ในการปักธงชัย “พระธรรมจักร” ในสหรัฐอเมริกาของหลวงพ่อมงคลฯ

              ด้วยปณิธาน อันแน่วแน่ เพื่อประกาศเผยแผ่ พุทธศาสนา ทั้งในมวลหมู่ชาวไทยด้วยกันและตลอดถึงชาวอเมริกันชน เพียงไม่กี่ปีนับตั้งแต่ยึกหัวหาดเมืองนางฟ้า แอล.เอ. ด้วยการยึดยุทธภูมิทั้งใต้และเหนือ ปกคลุมรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยสิ้นเชิงในขณะนั้น ทั้ง แอล.เอ. และแซน แฟรนซิสโกกลายเป็นเมืองพระ ที่เป็นที่พึ่งยึดมั่นทางใจแก่พสกนิกรชาวไทย สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ นอกจากวัดแล้ว หลวงพ่อมงคลได้ดำเนินการจัดตั้งโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ขึ้น เพื่อสอนภาษาไทยให้กับลูกหลานไทย กับสอนศิลปวัฒนธรรมอันดีงามไปพร้อมๆกัน
             
“อาตมามองว่า ศาสนากับการศึกษาและวัฒนธรรมไปด้วยกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ เมื่อมีวัดต้องมีโรงเรียนและเมื่อมีโรงเรียนแล้วนอกจากจะสอนภาษาไทยแล้ว จะต้องสอนให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมศีลธรรมอันดีงาม เพื่อให้ลูกหลานเด็กไทยจะไม่ลืม อันนี้ถือเป็นหัวใจของการเผยแผ่ พุทธศาสนา และทีสำคัญจะได้เผยแผ่ ชื่อเสียงประเทศให้ชาวอเมริกันได้รู้จักในทางดี ๆ ด้วย”

              วัดมงคลรัตนาราม เมืองเซ้าว์ ซานฟรานซิสโก เป็นเพียงบ้านที่มีบริเวณเนื้อที่ค่อนข้างจะคับแคบ ไม่เหมาะที่จะเป็นวัดเท่าไหร่นัก แต่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี สำหรับการหยั่งรากแก้ว ปลูกต้นพุทธศาสนา ในสมัยนั้น และเป็นการหยั่งรากแก้ว ปลูกต้นพุทธศาสนาในสมัยนั้น และเป็นสถานที่พุทธศาสนิกชนต่างปลื้มปิติยินดี เมื่อ สมเด็จพระสังฆราช ได้เสด็จมาเยี่ยม พร้อมด้วยพระเถระผู้ใหญ่หลายรูป ถือเป็นประวัติศาสตร์ ทางพุทธศาสนาของคนไทยในต่างแดนก็ว่าได้

                                                   

              บนความมุ่งมั่นแน่วแน่ ที่จะพัฒนาวัดอันนำไปสู่การเผยแผ่พุทธศาสนา หลวงพ่อมงคลในฐานะเป็นประธานอำนวยการวัด ได้เล็งเห็นว่า สถานที่วัดแห่งนี้คับแคบประกอบ ศาสนกิจสงฆ์ไม่สะดวก จึงได้ประชุมหารือกับคณะกรรมการ ที่จะหาสถานที่แห่งใหม่ แล้วในที่สุด ได้ตกลงซื้อบ้าน และที่อาคารเลขที่ 1911 Russell Street เมือง Berkeley เป็นอาคารเก่าแก่หลังใหญ่ มีห้องหลายห้อง บริเวณกว้างขวางพอประมาณ ได้จัดเสนาสนะสงฆ์ ระหว่างเขตพุทธาวาส เขตสังฆาวาส เขตบำเพ็ญกุศล และห้องครัวอย่างเป็นสัดส่วน และต่อมาไม่นานได้ขยายซื้อเพิ่มอีกหลังที่ติดกัน ได้ขยายซื้อเพิ่มอีกหลังที่ติดกัน ได้ขยายจัดทำเป็นห้องสมุดและศูนย์วัฒนธรรม วัดมงคลรัตนาราม จึงปักหลักเป็นวัดแรกและเก่าแก่ใน ซาน ฟรานซิสโก เบย์ แอเรีย มาจนถึงทุกวันนี้ และด้วยศรัทธาของพุทธศาสนิกชน ได้มีการทำนุบำรุงอาคารหลังเก่าสร้าง Foundation ใหม่ทั้งหมดในปัจจุบัน และจะเฉลิมฉลองวัดครบรอบ ๒๕ ปี ในวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๔๔ ที่ผ่านมา

              จากความบากบั่น ความอุตสาหะ ที่อยากจะเห็นพุทธศาสนาเผยแผ่สู่สายตาชาวไทย ชาวลาว เขมร กัมพูชา เวียดนาม และชาวอเมริกัน อย่างกว้างขวางมากกว่านี้ กอปรกับพลังศรัทธาของเหล่า บรรดาพุทธศาสนิกชน ต่างรัฐที่อยากมีวัดไทยเป็นที่ประกอบศาสนศึกษา เป็นที่ยึดมั่นทางจิตใจ จึงได้นิมนต์หลวงพ่อมงคลไปตามรัฐต่างๆ และได้รับเป็นประธานกรรมการอำนวยการสร้างวัดต่างๆตามวัตถุประสงค์ของโครงการเผยแผ่พุทธศาสนา

                                               

              ในปี ๒๕๒๔ วัดมงคลรัตนาราม เมืองแทมป้า มลรัฐฟลอริดา กลายเป็นวัดที่ ๓ ที่หลวงพ่อมงคลได้มีส่วนร่วมในการดำเนินการสร้างด้วยพลังแห่งศรัทธาจากพุทธศาสนิกชนในเมืองแทมป้า เป็นอย่างดี

                                                 

              ในรุ่งปี ๒๕๒๕
วัดพระศรีรัตนาราม เมืองเซ็นต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี่ เป็นวัดที่ ๔
                                              
               ถัดมาอีก ๔ ปีให้หลัง ๒๕๒๙
วัดพุทธจักรมงคลรัตนาราม เมืองเพิลซีตี้ รัฐฮาวาย ถือเป็นกำเนิด เป็นวัดที่ ๕

                                                                       
              ในปี ๒๕๓๓ หลวงพ่อมงคลได้เป็นประธานกรรมการอำนวยการสร้าง
วัดพุทธจักรมงคลรัตนาราม เมืองซาน ดิเอโก ทางตอนล่างของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ห่างจากนครลอส แองเจลิส เพียงชั่วโมงเศษ ๆ เป็นวัดที่ ๖

                                               
              และสุดท้าย วัดที่ ๗
วัดมงคลรัตนาราม เมืองฟอร์ท ลตัน บีช รัฐฟลอริดา

                                               

              ด้วยความอุตสาหะวิริยะและด้วยกำลังสติปัญญาที่ทุ่มเทต่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระเดชพระคุณหลวงพ่อมงคลเทพโมลี ถือเป็นภารกิจหลักอันสำคัญที่ท่านได้ปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่องมานานตลอดการดำรงสมณเพศ โดยไม่ได้มุ่งหวังสิ่งหนึ่งสิ่งใดแอบแฝงตอบแทนเพียงแค่ อยากเห็นความสำเร็จของการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นไปอย่างถูกต้อง นอกจากจะเป็นที่ศรัทธายอมรับของชาวต่างประเทศอย่างกว้างขวางแล้ว จะส่งผลต่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์ประเทศไทยอีกทางหนึ่งด้วย ไม่ว่าการส่งเสริมให้มีศูนย์วัฒนธรรม เพื่อการเผยแผ่ ศิลปะการแสดง ถือเป็นหัวใจสำคัญในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมให้ชาวอเมริกันได้รู้จักซึ่งท่านได้ตระหนักอยู่ตลอดเวลาว่า ศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม เป็นของคู่กัน มีวัดที่ไหนจำเป็นที่จะต้องมีโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ สอนภาษาไทย สอนศิลปะการแสดง และด้วยความห่วงใยต่อบรรดาพุทธศาสนิกชน ต่อศิษยานุศิษย์ ท่านได้เดินทางบินจากกรุงเทพฯ – อเมริกา เพื่อดูแลให้กำลังใจอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด
           
  “อยากจะให้พุทธศาสนิกชนได้เข้าใจเห็นใจในคณะสงฆ์ ที่มาสร้างวัดไทยในอเมริกา ทั้งนี้และทั้งนั้น ก็เพื่อเผยแผ่พุทธศาสนา ภาษาไทย สอนศีลธรรม วัฒนธรรมไทย ซึ่งชาติ ศาสนา แห่งประเทศไทย มาเจริญรุ่งเรืองในสหรัฐอเมริกาได้ ก็ได้อาศัยประชาชน ร่วมมือร่วมใจร่วมแรงศรัทธากัน ทำให้การก่อสร้างวัดสำเร็จเรียบร้อยตั้งตัวได้มาจนถึงปัจจุบันนี้ ทั้งคนไทย คนลาว คนเขมร และชาวอเมริกัน เขาเข้าใจพุทธศาสนา โดยเฉพาะที่เขามีภรรยาคนไทย เขาจะชักนำกันเข้าวัด… เรื่องการคิดที่จะสร้างใหม่คงพอแล้ว คิดแต่ว่าจะขยายวัดที่มีอยู่แล้วให้ได้ดี เพื่อที่จะรับรองกับการเติบโตของสังคมต่อไปอย่างไร ..จะซื้อใหม่ไม่ไหว ใช้เงินอย่างน้อย ๒๐ ล้านบาท และต้องสร้างภาระให้กับพุทธศาสนิกชน ที่ต้องทุ่มเทเสียสละทั้งกำลังกาย กำลังใจ และกำลังทรัพย์ อนาคตตั้งใจอยากจะให้เป็นวัดไทยจริงๆ วัตถุที่ก่อสร้างให้เป็น วัดไทย มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ประจำวัด”

              ถึงแม้ว่า พระเดชพระคุณหลวงพ่อ จะมีอายุถึง ๗๘ แล้วก็ตาม ยังมีความมุ่งมั่น ความบากบั่นที่แข็งแรง เดินทางบินไปๆมาๆ กรุงเทพฯ – สหรัฐอเมริกา ปีละครั้ง สองครั้งเพื่อมาให้กำลังใจ ช่วยเหลือดูแลพระสงฆ์ทุกวัด อย่างน้อยพำนักวัดละ ๕-๖ วัน แต่ส่วนใหญ่เทศกาลสำคัญ วันสงกรานต์ เข้าพรรษา ท่านจะมาจำวัดปฏิบัติศาสนกิจของสงฆ์ที่วัดมงคลรัตนาราม เมืองเบอร์กเลย์
           
  “ตอนนี้อยากจะให้คณะสงฆ์ ตั้งใจปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ ดำรงกาย วาจาใจ ให้อยู่ในพระธรรมวินัยอันดีงามพุทธศาสนา เรากำลังรุ่งโรจน์ ในต่างประเทศ ในสหรัฐอมริกา จำนวนไม่ใช่น้อย 15 ปี วัดเกิดขึ้น 20 กว่าวัด เพราะฉะนั้น แต่ละวัดนี่ควรสังวรอยู่ในศีล สมาธิ และปัญญา ตั้งใจเจริญจิตภาวนา และก็สอนประชาชนให้รู้ซาบซึ้งในพระธรรมวินัย วัฒนธรรมไทยอันดีงามด้วย...”

              ไม่ง่ายนักสำหรับการทุ่มเทเสียสละ ในการทำงาน เพื่อส่วนรวม เพื่อพระพุทธศาสนา ด้วยการวางรากฐานสร้างวัดไปตามเมืองต่างๆ ถึง ๖-๗ วัด ถ้าไม่มีบารมีแห่งความศรัทธาเพียงพอแล้ว คงจะไม่บรรลุผล แห่งความสำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้ได้เลย แน่นอนที่สุดการทำงานใหญ่ในคนหมู่มาก ย่อมมีความบกพร่อง และผิดพลาดเกิดขึ้นบ้างเป็นเรื่องธรรมดา แม้กระทั่งพระพุทธองค์ยังพลั้งพลาดได้ คนที่ไม่ทำอะไร คือคนที่ไม่ผิดพลาด ถ้าเราไม่ทำ ไม่รู้หรอกว่าความผิดพลาดความบกพร่อง มันอยู่ตรงไหน เรามนุษย์ปุถุชนธรรมดา ควรรู้จักคำว่าให้อภัย และอย่ามีมิจฉาทิฏฐิต่อกัน

                                                       

              คณะศิษยานุศิษย์ ได้เขียนถึงหลวงพ่อตอนหนึ่งในหนังสือมุทิตานุสรณ์งานฉลองสมณศักดิ์ พระมงคลเทพโมลี วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ ว่า
             
“….ในสายตาและความคิดถึงของศิษยานุศิษย์ พระเดชพระคุณเป็นทั้งครูบาและอาจารย์เป็นพระสงฆ์คือสาวกของพระพุทธองค์ ที่พยายามเจิรญรอยตาม “พุทธกิจ” ซึ่งได้แก่การเผยแผ่พุทธศาสนา จะเป็นทางตรงหรือทางอ้อมก็ตามที ดังจะเห็นได้จากการริเริ่มให้มี “วัดไทย” ขึ้นในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย…ชีวิตของท่านอาจไม่เจริญยืนนาน ถึงร้อยพันปี แต่ผลงานของความดำริและผลงานที่พระเดชพระคุณได้สร้างไว้นั้น คงจะอยู่ไปอีกนานแสนนานกว่าชีวิตของท่านนัก และควรแล้วที่ศิษยานุศิษย์ จะรำลึกจดจำเป็นแบบอย่างและถือเป็นสิ่งเตือนใจให้เป็นผู้สร้างและช่วยกันรักษาสมบัตินั้นๆไว้ เพื่อเยาวชนไทยรุ่นหลังจะได้เชยชมและนั่นคงเป็นสิ่งที่พระคุณเจ้าอยากให้เกิดขึ้น..”
              “ความปลื้มปิติยินดียินร้ายหรือเศร้าโศก อาจมิใช่เป็นแนวทางที่พระพุทธองค์ได้แสดงเจตจำนงไว้ในพระธรรม เพื่อให้ถึงซึ่งนิพพานก็จริงอยู่ แต่ส่วนหนึ่งของการกระทำเพื่อแสดงออกซึ่งความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ และนั่นเป็นพุทธประสงค์ที่เป็น “ธรรมของฆราวาส”

              แล้วในนามศิษยานุศิษย์ ได้เขียนบทกลอนถึงท่านไว้ดังนี้

       ท่านสร้างศิษย์ สร้างมิตร สร้างศรัทธา  
  สร้างวัดวา สร้างธรรม พยายามเหลือ  
  สร้างความคิด อบรมจิต และจุนเจือ  
  ดุจดังเรือ พุทธนาวา น่าอิ่มใจ  
       ท่านเดินทาง ไปและมา ไม่เคยหยุด  
  มีแต่รุด สร้าง…สร้าง ไม่หวั่นไหว  
  แม้เหนื่อยกาย เหนื่อยจิต ช่างประไร  
  ขอแต่ให้ พุทธชาวไทย ได้เชยชม  
       Ū